Admin

Admin

ผู้ดูแล

  จะทราบได้อย่างไรว่าก้าวหน้าในการปฏิบัติครับ (2799 อ่าน)

25 ก.ค. 2561 22:51

จะทราบได้อย่างไรว่าก้าวหน้าในการปฏิบัติครับ

Admin

Admin

ผู้ดูแล

civaget7

civaget7

ผู้เยี่ยมชม

28 ม.ค. 2567 14:30 #2

I trust 스포츠중계 for a glitch-free sports-watching experience.

civaget7

civaget7

ผู้เยี่ยมชม

civage

civage

ผู้เยี่ยมชม

30 ม.ค. 2567 03:35 #3

Trust 스포츠중계 for reliable and up-to-date sports coverage.

civage

civage

ผู้เยี่ยมชม

vaget

vaget

ผู้เยี่ยมชม

30 ม.ค. 2567 03:51 #4

The user-friendly interface of 스포츠중계 makes my browsing experience smooth.

vaget

vaget

ผู้เยี่ยมชม

OKBet

OKBet

ผู้เยี่ยมชม

1 ก.พ. 2567 16:21 #5

What a really awesome post this is. Truly, one of the best posts I've ever witnessed to see in my whole life. Wow, just keep it up.

OKBet

OKBet

OKBet

ผู้เยี่ยมชม

civage

civage

ผู้เยี่ยมชม

2 ก.พ. 2567 08:01 #6

The live broadcasts on 스포츠중계 make me feel like I'm at the game.

civage

civage

ผู้เยี่ยมชม

seo

seo

ผู้เยี่ยมชม

22 ก.พ. 2567 20:58 #7

Streamline 강사모집 with Timely GPT's automated features.

seo

seo

ผู้เยี่ยมชม

Admin

Admin

ผู้ดูแล

25 ก.ค. 2561 22:55 #1

ตอนนั้นเจ้าชายสิทธัตถะออกบวชเพราะว่าอะไร?

เพราะเห็นแล้วว่า คนที่รักทั้งหมดต้องจากไป เห็นเทวทูต ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย แล้วเราจะช่วยคนที่เรารักได้อย่างไร?

แต่ก่อนพระองค์ก็ไปนั่งสมาธิ นิ่งๆ พอนิ่งเสร็จ .. เหมือนคนมีความคิด นิ่งแล้วคิดไหม? .. นี่คิดละ พยายามนิ่งเข้าฌานลึกๆ นิ่งแล้วไม่คิด แต่พอออกจากฌานก็.. คิดต่อ

พระองค์บอก อ๋อ .. มันเหมือนก้อนหินทับหญ้า เอาก้อนหินออก หญ้ามันก็โตใหม่ อย่างนี้..ยังไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ แต่ก่อนสบายๆ ก็ไม่พ้นทุกข์ พอเข้าฌาน ก็ไม่พ้นทุกข์ ถ้าอย่างนั้น เราไปทรมานตัวเองให้ลำบาก แต่ก่อนมีเสื้อผ้า .. ไม่ใส่เลย อาหารเยอะ.. ทานอาหารให้น้อย .. ที่สุดพ้นทุกข์ไหม? ก็ไม่พ้นทุกข์ นีเรียกว่า ติดที่สุดสองข้าง สบายก็ไม่พ้นทุกข์ ลำบากก็ไม่พ้นทุกข์ ก็เลยมาเจอทางสายกลาง ที่ทุกคนเคยได้ยินใช่ไหม?

ที่เราฝึกจิตตรงนี้ เรียกว่าเข้าสู่ทางสายกลาง ภายใน ที่พระพุทธเจ้าบอกปัญจวัคคีย์ว่า ให้เห็นอริยมรรคมีองค์ 8 คือเห็นถูกต้อง เห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา .. นี่คือตัวต้น

ที่ฝึกจิตตรงนี้ .. แค่นี้เหรอ เห็นความไม่เที่ยง ที่มันปุ๊บๆ วุ้บๆ... เอาคำพูดออกไป .. มันก็มีแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันเกิด แล้วก็ดับ เลยไม่ใช่คำพูด

พอหมดคำพูด ก็เลยมีแต่ความรู้สึกข้างใน เกิด-ดับ เกิด-ดับ เกิด-ดับ

นี่เรียกว่าเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกิด-ดับ .. มันไม่ได้มีตัวตน มันเกิด-ดับ เกิด-ดับ ที่สุดมันก็เลยหลุดพ้นได้

เปรียบเหมือนอย่างนี้ โยมรู้สึกอยู่อย่างนี้ นั่งอยู่อย่างนี้ ตามองพระอาจารย์อยู่ ถ้าเรากระโจนเข้าไปปุ๊บ..

.. เห็นไหม เรามีสติ สมาธิ แต่เรากระโจนเข้าไป แสดงว่า เราไม่หลุด เราหลุดไม่พ้น เราหลุดพ้นไม่ได้ เพราะกระโจนเข้าไป มีสติสมาธิ แต่มันไม่หลุดพ้น

แต่พอถอยกลับมารู้สึก พอรู้สึกอยู่ เห็นไหม? ร่างกายเคลื่อนไหว แต่โยมก็ไม่ได้เกาะการเคลื่อนไหว ของร่างกาย ถึงจะมีสุข มีทุกข์ โยมก็ไม่เกาะ .. เกาะความรู้สึกข้างในไว้ เพราะฉะนั้น มีความคิด เราก็ไม่ได้เกาะมัน เราอยู่ข้างในนี้

เพราะฉะนั้น มันแยกกัน ข้างในกับข้างนอกมันแยกกัน พอเราฝึก เราก็แยกมัน

ที่สุด พอมันแยกเรื่อยๆ ที่บอกว่า เห็นกายในกาย กายใน..มันแยกกับกายนอก เห็นเวทนาในเวทนา เวทนาใน.. มันก็แยกกับข้างนอก เห็นจิตในจิต จิตใน .. มันก็แยกกับข้างนอก เห็นธัมม์ในธัมม์ ธัมม์ใน.. ก็แยกกับข้างนอก พอมันแยกเรื่อยๆ ที่สุด มันก็เลยหลุดออก .. หลุดพ้นได้

เพราะฉะนั้น ร่างกายก็ยังมีอยู่ เวทนานอก .. สุข ทุกข์ ก็ยังมีอยู่ จิตภายนอกที่คิดนึก ก็ยังมีอยู่ สภาวธัมม์ต่างๆก็ยังมีอยู่ แต่มันหลุดพ้นได้

ที่เราฝึก เราฝึกแยกตั้งแต่ปฏิบัติ เราแยกอยู่ ที่ฟังอาตมาโยมก็แยก .. แยกเรื่องราว ไม่กระโจน ทุกคนนั่งฟัง รู้สึกตัวเบาๆอยู่ ไม่กระโจนเข้าไป แสดงว่าเราเริ่มแยกแล้ว

เสียงก็ได้ยินอยู่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ก็ยังมีอยู่ อารมณ์อันวิจิตรพิสดารทั้งหมด ก็ยังมีอยู่ แต่ เราเริ่มแยกจากมัน

ถ้ากระโจนออกไปภายนอก สติ สมาธิมีอยู่ แต่พอรู้สึกที่จิตภายใน .. ที่ฐานของจิต กลางทรวงอกบริเวณลิ้นปี่ ไม่กระโจนออกไปภายนอก เรียกว่ามีสัมปชัญญะ รู้สึกไปเบาๆ มันเข้าสู่ภายใน เห็นความ ไม่เที่ยง เกิด-ดับไปทุกขณะ เห็นตามความเป็นจริง มันจะปล่อยวาง ด้วยตัวของมันเอง

Admin

Admin

ผู้ดูแล

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้