ดูจิต ฝึกจิต สภาวธรรม สภาวะ ปฏิบัติธรรม เมตตา วิธีปฏิบัติ สติปัฏฐาน อริยมรรค monitor the mind metta mindfulness awareness ariyamakka buddha method vipassana thammatipo thai thailand meditation meditate yoga Thammatipo.com
ReadyPlanet.com
dot
Well-Trained Minds bring Happiness
dot
bulletThe Lecturers
bulletMind training procedures
bulletThe Cycle of Causes and Effects
bulletDo not get attached to natural Dharma Phenomenons
bulletconveying compassion
bulletBook
dot
训练过的心神必带来幸福。
dot
bullet法师
bullet训练心神的过程中
bullet心灵感应的线路
bullet通过剥夺训练心神的动作
bullet说到实践经验
dot
บ้านวังเมือง
dot
bulletตำนานบ้านวังเมือง
bulletวิทยากร
bulletแผนที่ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ บ้านวังเมือง (Map)
dot
มหาสติปัฏฐานสี่
dot
bulletมหาสติปัฏฐานสี่
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระสูตรเกี่ยวกับมหาสติปัฏฐานสี่
dot
วิธีการดูจิต
dot
bulletทำไมเราต้องดูจิต
bulletวิธีการ "ดูจิต"
bulletวงจรกระแสจิต
dot
เมตตาธรรม..ค้ำจุนโลก
dot
bulletวิธีการแผ่เมตตา
bulletอานิสงส์ของการแผ่เมตตา
dot
สภาวธรรม
dot
bulletสภาวธรรมทั้งปวง ..ล้วนไม่ควรยึดมั่น
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -1
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -2
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -3
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -4
dot
เทปรายการและหนังสือ
dot
bulletหนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์
bulletVideo
bulletหนังสือ
bulletรายการโทรทัศน์และวิทยุ


Download Pali app
thammatipo


42 คำถาม..สภาวธรรม -3

+ ไม่ชอบนั่งดูจิตแล้วลงภวังค์  ต้องการรู้สึกไปเรื่อยๆ  จะทำอย่างไร?

1.   เราก็ประคองจิตไปเรื่อยๆ  พอมันจะลงลึกไปมากๆ เราตั้งจิตภายในว่า "กลับ"  จิตข้างในที่ลงลึก  มันจะถอยกลับมาในสภาวะที่รู้สึกได้ชัดเจนขึ้น

2.   เราลองเอานิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้แตะกัน   ขยับเข้าออก  เพื่อเพิ่มความรู้สึกข้างนอก  แล้วสังเกตความรู้สึกข้างในไปด้วย  แม้พอมันจะลงลึกขึ้น  ก็ให้รู้สึกทั้งภายในจิต  และภายนอกด้วย.. มันจะเพิ่มกำลังของความรู้สึกให้มากขึ้น  จิตที่รู้สึกผสานกับความนิ่ง  ดิ่งลงไป  แต่จะเข้าไปตื่นรู้สึกอยู่ในภวังค์

3.   เราก็ค่อยๆเปลี่ยนอิริยาบถ  นั่งเป็นยืน  ยืน.. เราก็ประคองจิตต่อ   จากยืนก็เป็นเดิน  เดิน..เราก็ประคองจิต  เหมือนคนประคองภาชนะที่เต็มไปด้วยน้ำ   จากเดิน.. ก็กลับไปยืน  จากยืนก็กลับไปนั่ง  การเปลี่ยนอิริยาบถ  สำคัญคือ  เพื่อให้เราประคองจิตได้ตลอด

+ ทำไมบางครั้งรู้สึกเหมือนตัวแข็ง  คอก็แข็ง  หน้าผากตึงๆ  แต่ข้างในก็มีอาการรู้อยู่  ไม่สบายเหมือนตอนแรกๆที่ดูจิต?

การที่เราดูจิต  เห็นการเกิด-ดับ  ผ่านอารมณ์สบายไปตามลำดับ  จึงมีอาการเหมือนตัวแข็ง  คอแข็ง  แต่ภายในมีอาการรู้อยู่เฉพาะหน้า  เป็นจิตที่ตั้งมั่น   แต่เป็นสมาธิที่มีการเกิด-ดับ  อยู่ภายใน  ดังนั้น  จึงไม่ต้องกังวลกับอาการทางร่างกายที่เป็นอยู่  เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนแปลงไปเอง

+ ทำไมบางครั้งรู้สึกเจ็บที่กลางหน้าอก  บางครั้งรู้สึกเหมือนมีเข็มแทงที่กลางหลัง ?

พอดูจิตไปเรื่อยๆ  กระแสจะทะลุจากจิตกลางหน้าอก  ไปที่หลังตลอดเวลา  จะรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ  บางครั้งเหมือนเข็ม  บางครั้งเหมือนมีอะไรปักอยู่  พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า เหมือนลูกศรที่เสียบอก

+ บางครั้งทำไมรู้สึกเหมือนกับตัวมันหายไป  และควรทำอย่างไรต่อคะ?

เป็นสภาวจิตที่ละเอียดขึ้นตามลำดับ  จนไม่รู้สึกว่ามีร่างกาย  ให้เราอยู่กับปัจจุบันไว้  ไม่ต้องกังวล  ให้เราอยู่กับปัจจุบันไว้  ไม่ต้องกังวล  ก็จะรู้สึกถึงสภาวะของจิตเกิด-ดับ  ที่ละเอียดอ่อนได้

+ พอดูจิตไป  บางครั้งก็เห็นแสงอยู่ที่จิต  บางครั้งก็เห็นแสงอยู่เฉพาะหน้าเกิดขึ้นมา  แล้วก็หายไป?

พอเราดูจิตไป  สิ่งที่เราได้ไปด้วยก็คือสมาธิ  ที่เป็นไปเพื่อญานทัสนะ  จะเห็นแสงได้ คือ ดูจิตอยู่  และก็เห็นแสงของจิตที่เปลี่ยนไปมา  ตามความรู้สึกที่เปลี่ยนไป  ที่เห็นแสงอยู่เฉพาะหน้า  เป็นไปตามความรู้สึกเกิด-ดับ  ของกระแสวิญญาณ ที่ออกบริเวณหัวคิ้ว  คือ ความรู้สึกวุ้บๆ ที่บริเวณหัวคิ้ว  ให้รู้ว่าเห็นได้  มีได้  แต่อย่าไปกังวล  เพราะมีการเปลี่ยนแปลงได้

+ ขณะที่ดูจิต  ก็เห็นความคิดต่างๆ  เห็นเรื่องราวต่างๆในอดีต  ทั้งความรู้สึกเก่าๆที่ขึ้นมา  มันผ่านเข้ามา ก็ปล่อยมันผ่านไป  มันเกิดขึ้น  ตั้งอยู่  แล้วมันก็ดับไป  ที่เห็นอยู่อย่างนี้  มันเป็นอย่างไร?

เราก็จะได้สติสัมปชัญญะ  สติสัมปชัญญะเราก็จะแก่กล้าขึ้น  จากการที่เราได้เห็นความรู้สึก  หรือความคิดเกิดขึ้น  ตั้งอยู่ ดับไป

+ ถ้าเราดูจิต  เห็นความไม่เที่ยง เกิด-ดับไปเรื่อยๆ ไม่กังวลในเรื่องราวต่างๆที่เข้ามา  แล้วจะเป็นอย่างไรคะ?

จะเป็นไปเพื่อการสิ้นอาสวะกิเลส  โลภ  โกรธ  หลง  ก็จะเบาบางลง  ความทุกข์ก็จะลดลงไปตามลำดับ  เพราะมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง  และที่สุด  จิตก็จะหลุดพ้นจากความทุกข์สิ้นเชิง

+ เวลาท้อแท้  หมดกำลังใจ  ควรทำอย่างไรคะ?

ให้นิ่ง และกลับมาดูจิต  และน้อมแผ่เมตตาออกไปไม่มีประมาณ  จะทำให้จิตนิ่งขึ้น  และมีกำลังมากขึ้น  เพราะเป็นการแผ่จิตให้กว้างขวางด้วยเมตตา  เมื่อจิตนิ่ง  มีกำลังใจเกิดขึ้นดีแล้ว  จะเห็นเรื่องราวต่างๆชัดเจนขึ้น

+ มองคนทำผิดแล้วไม่พอใจมากค่ะ  อยากจะไปว่าแรงๆ จะทำอย่างไรดี?

พระพุทธองค์ทรงสอนว่า  บัณฑิตควรมีการเพ่งดูความผิดของตนเอง  ถ้าไปเพ่งหาความผิดผู้อื่น  กิเลสจะได้ช่อง  ความคิดก็จะฟุ้งซ่าน  เราควรสอนตนเองว่า  ได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้  ถ้าเราไม่ชอบ  เราก็บอกตนเองว่า เราอย่าทำอย่างนั้น  การปฏิบัติธรรมของเราก็จะเจริญก้าวหน้าขึ้น

+ แรกๆดูจิตแล้วรู้สึกสบาย  ปล่อยความคิดได้ง่าย  หลังๆทำไมความคิดมันเยอะขึ้น  เรื่องอดีตต่างๆมันขึ้นมาเต็มไปหมด  บางครั้งเรื่องตอนเด็กๆ  เรื่องที่ลืมไปแล้วก็ขึ้นมา  ทั้งที่ไม่เคยนึกถึง?

พอเราดูจิต  สมาธิก็เกิดขึ้น  สิ่งที่ได้ก็คือ ความสุขปัจจุบัน  เรามีปัญญาเห็นความไม่เที่ยง เกิด-ดับอยู่ภายใน  สัญญาต่างๆที่เรายึดมั่นอยู่  จะถูกคุ้ยขึ้นมาเพื่อตัดไปที่จิต  เป็นการทำลายความยึดมั่นในสัญญาทั้งหลาย  จึงเป็นการตัดกรรม  ตัดภพ  ตัดชาติ แห่งการเวียนว่ายตายเกิด  นี่เรียกว่า สมาธิที่เป็นไปเพื่อการสิ้นอาสวะกิเลส

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า มีสมาธิภาวนา 4 แบบ คือ

แบบที่1  เป็นไปเพื่อความสุขในปัจจุบัน เช่น ทำลมหายใจ  เพ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  พอทำไปแล้ว รู้สึกสบาย  นิ่ง  สงบ

แบบที่ 2 เราเห็นแสงสว่าง  เห็นนิมิตต่างๆ  มีตาทิพย์  สมาธิแบบนี้เป็นไปเพื่อญาณทัสสนะ

แบบที่ 3 เราเห็นอารมณ์พอใจบ้าง  ไม่พอใจบ้าง  เฉยๆบ้าง  ความทรงจำในอดีต  ความคิดในสิ่งต่างๆเกิดขึ้น  ตั้งอยู่ แล้วดับไป  สมาธิแบบนี้เป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ

ส่วนแบบที่ 4 สมาธิเป็นไปเพื่อการสิ้นอาสวะกิเลส 

เราเห็นรูป เวทนา สัญญา  สังขาร  วิญญาณ.. เกิดขึ้นและดับไป   เป็นสมาธิกับปัญญาคู่กัน

สมาธิ คือ การเพ่ง ใส่ใจอยู่    ปัญญา คือ เห็นการ เกิด-ดับ

เพราะฉะนั้น การที่เราเห็นการเกิด-ดับที่จิต  สมาธิกับปัญญาจึงเดินไปคู่เคียงกัน  นี่คือทางสู่ความพ้นทุกข์สิ้นเชิง