ดูจิต ฝึกจิต สภาวธรรม สภาวะ ปฏิบัติธรรม เมตตา วิธีปฏิบัติ สติปัฏฐาน อริยมรรค monitor the mind metta mindfulness awareness ariyamakka buddha method vipassana thammatipo thai thailand meditation meditate yoga Thammatipo.com
ReadyPlanet.com
dot
Well-Trained Minds bring Happiness
dot
bulletThe Lecturers
bulletMind training procedures
bulletThe Cycle of Causes and Effects
bulletDo not get attached to natural Dharma Phenomenons
bulletconveying compassion
bulletBook
dot
训练过的心神必带来幸福。
dot
bullet法师
bullet训练心神的过程中
bullet心灵感应的线路
bullet通过剥夺训练心神的动作
bullet说到实践经验
dot
บ้านวังเมือง
dot
bulletตำนานบ้านวังเมือง
bulletวิทยากร
bulletแผนที่ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ บ้านวังเมือง (Map)
dot
มหาสติปัฏฐานสี่
dot
bulletมหาสติปัฏฐานสี่
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระสูตรเกี่ยวกับมหาสติปัฏฐานสี่
dot
วิธีการดูจิต
dot
bulletทำไมเราต้องดูจิต
bulletวิธีการ "ดูจิต"
bulletวงจรกระแสจิต
dot
เมตตาธรรม..ค้ำจุนโลก
dot
bulletวิธีการแผ่เมตตา
bulletอานิสงส์ของการแผ่เมตตา
dot
สภาวธรรม
dot
bulletสภาวธรรมทั้งปวง ..ล้วนไม่ควรยึดมั่น
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -1
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -2
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -3
bullet42 คำถาม..สภาวธรรม -4
dot
เทปรายการและหนังสือ
dot
bulletหนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์
bulletVideo
bulletหนังสือ
bulletรายการโทรทัศน์และวิทยุ


Download Pali app
thammatipo


42 คำถาม..สภาวธรรม -1

+ เราเป็นคนดีอยู่แล้ว.. ทำไมต้องฝึกจิตด้วย  จะช่วยอะไรได้ ?

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า.. ให้ละชั่ว  ทำดี  ทำจิตให้ผ่องใส

คือ เมื่อทำความดีแล้ว  ต้องอยู่เหนือความดีนั้นด้วย  เพราะคนดีโดยส่วนมาก เมื่อทำความดีแล้ว ยังมีความกังวลที่ต้องการให้คนเห็นความดีที่ทำ  ให้คนเข้าใจ  ถ้าคนไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด  ก็จะน้อยใจ  เสียใจได้ง่าย... เปราะบางง่าย  คิดว่า เราอุตส่าห์ทำความดี  ทำไมไม่เข้าใจ ก็เลยไม่อยากจะทำความดี  และอาจจะเลยเถิด  ถึงกับไม่อยากเป็นคนดีอีกก็มี...

+ ที่บอกว่า มันตึ้บๆ วุ้บๆ เกิด-ดับ ต้องดูอย่างไร?

เริ่มต้น...  สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ด้วยความรู้สึกสบายๆ  ผ่อนความรู้สึกลงมาที่กลางหน้าอก บริเวณลิ้นปี่  ทำสัก 2-3 ครั้ง  จากนั้น.. สังเกตความรู้สึกลงมาที่กลางหน้าอกบริเวณลิ้นปี่  สังเกตุความรู้สึกปัจจุบันที่เกิดขึ้นที่จิตภายใน

+ เวลาดูจิต .. ที่บอกว่า มีความรู้สึกเกิด-ดับ ตุ้บๆวุ้บๆ  เวลาสังเกตุดู ไม่เห็นมีความรู้สึกเลย... มีแต่นิ่งๆ ว่างๆ เฉยๆ?

ให้สังเกตุดูว่า .. ขณะนี้รู้สึกอย่างไร  ไม่มีคำว่า " ทำไม่ได้" เพราะทุกคนมีความรู้สึกอยู่แล้ว  นิ่งๆก็คือความรู้สึกอยู่ว่า "นิ่งๆ"  ว่างๆ ก็คือ ความรู้สึกว่า "ว่างๆ" 

ให้นิ่งไปในความรู้สึกนั้น  ก็จะรับรู้ถึงความรู้สึกที่เกิด-ดับได้

 + พอนิ่ง .. รู้สึกไปเรื่อยๆ บางครั้งก็จะรู้สึกว่า มันเต้นแรง บางครั้งก็รู้สึกว่า เบาๆ  บางครั้งรู้สึกนิ่งๆ ว่างๆไปเลย ?

ให้เห็นว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ไม่เที่ยง... เดี๋ยวมันก็แรง  เดี๋ยวก็เบา  เดี๋ยวก็นิ่ง ... ให้สังเกตอยู่ที่จิตว่า .. ขณะนี้รู้สึกอย่างไร... อะไรกำลังเกิดขึ้น  ให้อยู่กับปัจจุบันแล้ว

 + ยกมือทำกระแส.. กระแสทุกคนก็มีอยู่แล้ว เคยทำได้?

มันมีอยู่แล้ว  แต่เราไม่เคยมาสังเกต  ไม่เคยมาใส่ใจ  และไม่มาเรียนรู้ที่จะนำสิ่งที่มีอยู่แล้ว ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์

+ เวลาดูจิต.. ส่งกระแสให้กัน รู้สึกว่ามีพลังเกิดขึ้น เหมือนกับในหนัง?

สังเกตดู.. เรามองเห็นพลังหรือเปล่า ..  เราก็ไม่เห็น แต่รู้สึกได้  สัมผัสได้  รู้สึกถึงกระแสที่ได้เรียนรู้  ส่งถึงซึ่งกันและกันได้

เราไม่ได้อยู่แค่พลัง .. พระพุทธเจ้าสอนให้มีปัญญา เห็นตามความเป็นจริง 

ให้รู้ว่า.. สรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่ได้เป็นตัวตนอะไรที่แท้จริง (อนัตตา) เป็นเพียงกระแสเหตุปัจจัย เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน(อิทัปปัจจัยตา)   ... เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว  เราจึงส่งกระแสที่ดีออกไปทุกทิศทุกทาง  ด้วยการแผ่เมตตาออกไปไม่มีประมาณ

+ ดูจิตกลางหน้าอก ที่เต้นตุ้บๆ มันเป็นหัวใจเต้นหรือเปล่า แล้วที่ยกมือทำกระแส  รู้สึกชาๆ เป็นเลือดมาเลี้ยงหรือ?

เราลองมาฟังความคิดเห็นจากแพทย์หญิงท่านหนึ่ง  ที่ท่านได้มาฝึกกับพระอาจารย์ 

แพทย์หญิงท่านนี้ได้เขียนรายละเอียดไว้อย่างน่าสนใจ

1. จิตที่รู้สึกได้นั้น .. สว่าง  เย็นและเต้นตุ้บๆ  รู้สึกละเอียด ไม่ใช่หัวใจเต้น (พิสูจน์ได้ โดยการออกกำลังกายให้เหนื่อย  จะทราบว่า หัวใจเต้นที่หน้าอก ค่อนข้างไปทางซ้าย)

2. อาการร้อนซ่าที่มือ  ไม่ได้เกิดจากการสูบฉีดโลหิตจากหัวใจ  เพราะในสภาพปกติ  เราจะไม่รู้สึกถึงชีพจรได้  ถ้าไม่จับถูกที่มีชีพจร .. ชีพจรเกิดจากหัวใจบีบเป็นครั้งๆ  จะออกมาคลำได้เป็นคลื่น  ไม่ใช่รู้สึกบ่อยๆ  ตลอดเวลา

3.ความรู้สึกซ่าคล้ายมือชา .. ไม่ใช่ปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงมือมากผิดปกติ  ซึ่งถ้าเช่นนั้น  มือจะแดง  อุ่น  และต้องมีสาเหตุ เช่น ไข้ขึ้น  แต่จะไม่มีอาการซ่า  คล้ายเหน็บชา  จะมีแต่ความรู้สึกอุ่นๆ

+ ดูจิตกลางหน้าอกแล้วไม่ค่อยเต้น  ก็รู้สึกกังวล

เป้าหมายในการที่เราฝึกจิต ... เป็นการดูแลรักษาจิตใจให้มีความสุข  เพื่อคลายความกังวล ..ดังนั้นขณะที่ทำอย่ากังวล

+ บางครั้งนอนไม่หลับ  ต้องทำอย่างไร?

ก่อนนอน เราก็ดูจิต .. ถ้าไม่หลับ เราก็ได้ปฏิบัติไปตลอด  แต่ส่วนมากเวลาดูจิต แล้วไม่ไปกังวลกับ ความคิด  ดูจิตไปเรื่อยๆ  ก็จะหลับไปเอง  และหลับสบายด้วย

+ ดูจิตแล้ว  เอาไปช่วยพ่อแม่ได้หรือเปล่า?

ดีมากเลย ที่จะนำการดูจิตไปสอนพ่อแม่ ..

พระพุทธเจ้าสอนว่า  ลูกคนใด พ่อแม่ไม่เคยให้ทาน  ชักชวนให้ท่านได้ให้ทาน   ไม่เคยรักษาศีล  ชักชวนให้ท่านรักษาศีล  ไม่เคยมีศรัทธา ..แนะนำให้ท่านได้มีศรัทธา  ได้ปฏิบัติจนบรรลุมรรคผล  ลูกคนนั้นชื่อว่า ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่สูงสุด  เป็นอภิชาตบุตร  บุตรผู้เกิดมาช่วยพ่อแม่

+ อยู่กับพ่อแม่  ชอบเถียงตลอด .. จะนำการฝึกจิตไปใช้ได้อย่างไร?

มีอะไร ให้กลับมาดูจิตก่อน..  นิ่งก่อน 

เวลาพ่อแม่พูด  อย่านึกว่า ถูกพ่อแม่ด่าอีกแล้ว  ให้น้อมว่า ขอบคุณที่พ่อแม่คอยสอน  แล้วก็แผ่เมตตาให้พ่อกับแม่มีความสุข  ทำแค่นี้..ทำบ่อยๆ  แล้วดูผลที่เกิดขึ้น

+ เราดูจิต  มีพลังแล้วเอาไปช่วยรักษาโรคให้คนได้ไหม?

ให้เราเรียนรู้เรื่องกระแสพลังก่อน..  ถ้าเป็นกระแสทางลบ  ก็เป็นทุกข์   ถ้าเป็นกระแสทางบวก  ก็เป็นสุข

พระพุทธเจ้ามีเป้าหมายสูงสุด คือ พ้นจากความทุกข์สิ้นเชิง  แต่กระแสที่เป็นบวกก็นำไปใช้ได้ คือ ให้เราแผ่กระแสเมตตา เพราะเราเรียนรู้แล้วว่า กระแสเชื่อมโยงถึงกัน

เปรียบเหมือนรถที่สตาร์ทไม่ติด .. เราไม่ไปลากเขา  เราพ่วงสายไฟให้รถเขาติด  และขับไปได้เอง  เช่นเดียวกัน... ที่บอกว่า 70%ของโรคภัยไข้เจ็บมาจากความเครียดด้านจิตใจ.. แสดงว่า คนเหล่านั้นยังวนเวียนอยู่กับความคิดไม่ดี เป็นโปรแกรมลบ  เช่น โกรธคนโน้น  แค้นคนนี้  ... ถ้าเราส่งกระแสรักษาเขาไป ..ก็ดีอยู่  แต่ถ้าเขาไม่เลิกเข้าโปรแกรมลบ  ที่สุดเขาก็ต้องกัลับมาเป็นอีก  วนเวียนอย่างนี้ไม่มีวันจบ

แต่พระพุทธเจ้าสอนให้ละชั่ว  คือ ไม่ควรเข้าไปอยู่ในความคิดที่ไม่ดี .. ให้มีแต่ความคิดที่ดี มีเมตตา ซึ่งเป็นโปรแกรมบวก  และทำจิตให้ผ่องใส อยู่เหนือความดีนั้นด้วย.. จึงเป็นการเพิ่มพลังให้ความคิดที่ดี  สร้างสรรค์ และเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ   ทำให้คนป่วยไข้พึ่งตนเองได้..  โรคภัยไข้เจ็บอันเกิดจากความเครียด  ก็จะหายไปเอง  นี่เป็นผลพลอยได้ เพราะเราลบโปรแกรม ที่ไม่ดีทิ้งไปแล้ว